BMR เกี่ยวข้องกับการลดน้ำหนักอย่างไร

เชื่อว่าทุกคนรู้แล้วว่าร่างกายของคนเราต้องใช้พลังงานในการขับเคลื่อนกิจกรรมต่างๆ ในชีวิต แต่รู้หรือไม่ว่าคนแต่ละคนนั้นมีการเผาผลาญพลังงานที่แตกต่างกันไป โดยพลังงานที่ใช้ในชีวิตประจำวันจะแปรผันกับอายุ ฮอร์โมนเพศ มวลกล้ามเนื้อ พฤติกรรมการรับประทานอาหาร รวมถึงกิจกรรมการเคลื่อนไหวร่างกายด้วย ซึ่งการดึงพลังงานของร่างกายมาใช้จะประกอบด้วย 3 ส่วนหลักๆ คือ Physical Activity , Thermic Effect of Food และ BMR ครับ

1.พลังงานการเคลื่อนไหวร่างกาย (Physical Activity)

ทุกๆ ครั้งที่เราขยับตัวทำกิจกรรมต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการเดินช้าๆ หรือวิ่งเร็วๆ ล้วนแล้วแต่ทำให้เกิดการเผาผลาญพลังงานทั้งสิ้น โดยพลังงานที่ถูกเผาผลาญไปนั้นคิดเป็นร้อยละ 25-35 ของพลังงานที่ถูกใช้ไปทั้งหมดในแต่ละวัน

2.พลังงานที่ใช้ในการย่อยอาหาร (Thermic Effect of Food)

ทุกๆ ขั้นตอนในกระบวนการย่อยอาหาร เริ่มตั้งแต่การเคี้ยวด้วยฟัน การกลืน จนไปถึงกระบวนการย่อยอาหารภายในกระเพาะล้วนแล้วแต่ต้องใช้พลังงานในการขับเคลื่อนทั้งสิ้น ซึ่งพลังงานนี้ถูกเรียกว่า “พลังงานที่ใช้ในกระบวนการย่อยอาหาร (Thermic Effect of Food)” พลังงานในส่วนนี้จะถูกใช้ไปเพียงประมาณร้อยละ 5-10 ของพลังงานที่ถูกใช้ไปทั้งหมดในแต่ละวันเท่านั้น

3. BMR

เริ่มแรกเรามารู้จัก “BMR” กันก่อนดีกว่า ซึ่งคำนี้ถูกย่อมาจาก Basal Metabolic Rate ซึ่งเป็นสูตรของ Harris Benedict Formula ที่ใช้เป็นค่าในการคำนวณหาพลังงานพื้นฐานที่ใช้ในการทำงานของร่างกาย โดยค่า BMR ของผู้ชายและผู้หญิง จะมีการคำนวณที่แตกต่างกัน ปกติแล้วร่างกายคนเราจะมีพลังงานพื้นฐานที่ใช้ในชีวิตประจำวันคิดเป็นร้อย 60-65 ของพลังงานที่ถูกใช้ไปทั้งหมดในแต่ละวัน จากค่านี้จะเห็นได้ว่ามีการใช้พลังงานมากจริงๆ ซึ่งกระบวนการที่ทำให้เกิดการใช้พลังงานมากขนาดนี้ คือ การเต้นของหัวใจ การหายใจ การรักษาอุณหภูมิของร่างกาย เป็นต้นครับ และตัวแปรที่ทำให้ค่า BMR ของคนทุกๆ คน ไม่เท่ากัน นั่นก็คือ

ฮอร์โมนเพศ

ฮอร์โมนเพศสามารถกำหนด “จำนวน” ไขมันที่จะนำไปใช้เป็นพลังงานและจำนวนไขมันที่จะ “กักเก็บ” ไว้ได้ ซึ่งฮอร์โมนเพศชายจะสั่งให้ร่างกายดึงไขมันไปใช้ได้มากกว่า ดังนั้นค่า BMR จึงพุ่งสูง แถมยังกักเก็บไขมันใหม่ไว้น้อยกว่าฮอร์โมนเพศหญิง จุดนี้จึงเป็นสาเหตุที่ทำให้ผู้ชายลดน้ำหนักได้เร็วกว่าผู้หญิง

มวลกล้ามเนื้อ

ใครที่มีกล้ามเนื้อที่ชัดเจน กระชับไม่หย่อนคล้อย แสดงว่ามีกล้ามเนื้อที่มากกว่าไขมัน ดังนั้นค่า BMR จึงมีค่าสูงกว่าคนที่ร่างกายมีแต่ไขมัน

อายุ

อายุที่มากขึ้นจะมีผลต่ออัตราการเผาผลาญพลังงาน โดยค่า BMR ของคนเราจะลดลงประมาณร้อยละ 5 ในทุกๆ 10 ปี และมักเริ่มลดหลังจากอายุ 40 ปี

พฤติกรรมการรับประทานอาหาร

การรับประทานอาหารมื้อเล็กๆ บ่อยๆ จะช่วยกระตุ้นระบบเผาผลาญให้ขยันทำงานตลอดวัน ค่า BMR จึงสูงและลดน้ำหนักได้มากขึ้น การทิ้งช่วงการรับประทานระหว่างมื้อนานเกินไปจะทำให้ระบบเผาผลาญปรับตัวให้ทำงานช้าลงเพื่อชดเชยกับการไม่ได้รับประทาน แต่ถ้ารับประทานปริมาณมากเกินไป ระบบเผาผลาญจะคิดว่าร่างกายกำลังอดอยาก ก็จะพยายามเก็บพลังงานส่วนเกินทั้งหมดไว้เป็นเสบียงใช้ยามขาดแคลน

การตั้งครรภ์

ในช่วงตั้งครรภ์ร่างกายของแม่จะมี BMR สูงขึ้นถึงร้อยละ 15-30 และในช่วงให้นมบุตรก็จะยิ่งสูงขึ้นถึงร้อยละ 40 เพราะการเลี้ยงดูเด็กทารกในขณะที่เด็กเจริญเติบโตขึ้นเรื่อยๆ (ไปจนถึงตอนที่ผลิตน้ำนมให้เด็กดื่ม) ต้องใช้พลังงานจากร่างกายมากเป็นพิเศษ จะเห็นได้ว่าเมื่อผู้หญิงตั้งครรภ์จะรับประทานอาหารมากกว่าปกติ เพื่อนำพลังงานไปผลิตสารอาหารให้แก่ลูกในครรภ์หรือผลิตน้ำนม

ภูมิอากาศ

คนที่อาศัยอยู่ในเขตร้อนแบบบ้านเรา ค่า BMR จะสูงกว่าคนที่อาศัยอยู่ในเขตอบอุ่นถึงร้อยละ 5-20

เห็นไหมว่าในทุกๆ วัน ร่างกายคนเรามีการเผาผลาญพลังงานอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ตื่นจนเข้านอน ถ้ารู้จักการเผาผลาญพลังงานและควบคุมการรับประทานอาหารก็จะทำให้การเริ่มต้นลดน้ำหนักไม่ใช่เรื่องยาก ลองเริ่มต้นง่าย ๆ ด้วยการเลือกรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ กำหนดช่วงเวลาในการรับประทาน หรือแม้กระทั้งการเลือกรูปแบบการออกกำลังกายที่เหมาะกับอายุและพฤติกรรมของตัวเอง เมื่อเราสามารถกระตุ้นให้ร่างกายใช้ไขมันที่มีอยู่ได้อย่างสมบรูณ์แล้ว เราก็จะมีรูปร่างที่ดีนั่นเอง

ส่วนถ้าใครอยากมีผู้ช่วยดีๆ ในการวางแผนรับมือกับไขมันส่วนเกินและรู้จัก BMR ของตัวเอง เพื่อวางแผนการลดน้ำหนัก ลองมาทำความรู้จักกับ โปรแกรมบอดี้คีย์ บาย นิวทริไลท์™ ซึ่งโปรแกรมนี้จะประเมินผลเฉพาะบุคคลแยกตามปัจจัยหลักในการดำเนินชีวิต 6 ด้าน ได้แก่ ประเภทอาหาร กิจกรรม ทัศนคติ ความเครียด การนอน และนิสัยการรับประทานอาหาร เพื่อความสำเร็จในการควบคุมน้ำหนักอย่างมีประสิทธิภาพ และถูกต้องตามหลักการทางวิทยาศาสตร์

สนใจดูข้อมูลเพิ่มเติมที่ http://www.bodykey.co.th

ที่มา :

http://kcal.memo8.com/bmr/
http://www.wecandiet.com/basic-lose-weight/men-lose-weight-easier-and-faster-than-women-really.html
http://bit.ly/21pqjy1
http://bit.ly/1OGBwms