เปลี่ยนตัวเองให้สุด เพื่อหยุดโยโย่

  โยโย่ เอฟเฟ็คต์ เป็นสิ่งที่คนที่กำลังน้ำหนักไม่อยากเจอ เพราะนอกจากจะทำให้ลดน้ำหนักไม่ประสบผลสำเร็จแล้วยังทำให้เกิดความรู้สึกท้อได้อีกด้วย ดังนั้นหลักการหรือแนวทางที่จะนำมาใช้นั้น จึงมีผลอย่างมากที่จะช่วยให้ลดน้ำหนักได้และไม่เกิดภาวะโยโย่ตามมาในภายหลัง ลองไปดูกันว่ามีอะไรบ้าง

 

1.ประเภทอาหาร

  วางแผนการรับประทานอาหารโดยการค่อยๆ ลดปริมาณอาหารประเภทคาร์โบไฮเดรตลง เพิ่มการทานโปรตีน ธัญพืชต่างๆ ซึ่งจะช่วยส่งผลดีให้ร่างกายรู้สึกอิ่มนาน หิวน้อยลง และการลดคาร์โบไฮเดรตจะช่วยให้ร่างกายปรับสภาพให้ทานคาร์โบไฮเดรตน้อยลงอีกด้วย

 

2.เพิ่มกิจกรรมทางกายให้มากขึ้น

  กิจกรรมทางกาย เป็นอีกหนึ่งความสำคัญที่จะช่วยให้ร่างกายเกิดการเผาผลาญพลังงานนอกเหนือจากการออกกำลังกาย ซึ่งเราสามารถทำได้โดยการเพิ่มการเคลื่อนไหวในแต่ละวันให้มากขึ้น เช่น การเดินขึ้นบันไดแทนการใช้ลิฟต์ การกวาดบ้านแทนการใช้เครื่องดูดฝุ่น การล้างรถด้วยตัวเอง เป็นต้น กิจกรรมเหล่านี้จะช่วยให้เรามีการใช้พลังงานระหว่างวันมากขึ้นนั่นเอง

 

3. ทัศนคติที่ดี

  การปรับเปลี่ยนทัศนคติของตนเอง มีความสำคัญอย่างมากเพราะการมีทัศนคติที่ดีแล้ว ก็จะส่งผลให้การออกกำลังกายได้ผลดีและไม่น่าเบื่อด้วย เนื่องจากมีแรงจูงในที่อยากจะออกกำลังกาย หรือปรับเปลี่ยนรูปร่างของตัวเอง เช่น มีความแน่วแน่ มั่นใจ มองโลกในแง่ดี ซึ่งสิ่งเหล่านี้สามารถสร้างได้โดยการศึกษาและเข้าใจวิธีการลดน้ำหนักที่เหมาะสมกับตัวเอง

  

4.ความเครียด

  ความเครียดส่งผลต่อความอยากอาหาร เนื่องจากเวลาที่เราเครียดร่างกายจะหลั่งฮอร์โมน คอร์ติซอล ซึ่งจะทำให้หัวใจเต้นแรงขึ้น กลูโคสและไขมันในเลือดลดลง ส่งผลให้เกิดความหิวมากกว่าปกติ นอกจากนี้แล้วฮอร์โมนคอร์ติซอลจะหลั่งออกมาหากนอนไม่เพียงพอ ดังนั้นการนอนดึกก็ส่งผลต่อการลดน้ำหนักด้วยเช่นกัน

 

5.การนอนน้อยและการอดนอน

  การนอนน้อยและการอดนอน สัมพันธ์กับการมีน้ำหนักเกิน เนื่องจากร่างกายจะหลั่งฮอร์โมรเกรลินออกมาในปริมาณมากหากนอนดึกหรือนอนไม่เพียงพอ ซึ่งฮอร์โมนเกรลินจะทำให้รู้สึกหิวและอยากทานอาหารบ่อยกว่าคนปกติ ซึ่งส่งผลให้มีน้ำหนักเพิ่มขึ้นตามมานั่นเอง

 

6.มื้ออาหารก็สำคัญ

  ช่วงเวลาในการรับประทานอาหารมีผลอย่างมากในการลดน้ำหนัก โดยเฉพาะอาหารมื้อเช้าควรจะเป็นอาหารมื้อหลัก เพราะมีงานวิจัยหลายชิ้นระบุว่าการรับประทานอาหารมื้อเช้าเป็นมื้อหลัก จะช่วยให้มีโอกาสรับประทานอาหารในมื้ออื่นๆ ลดลง

 

  จะเห็นได้ว่า 6 แนวทางที่ทาง Body key ได้แนะนำไป เป็นเรื่องง่ายๆในชีวิตประจำวันที่เราสามารถทำได้ด้วยตัวเอง ซึ่งแนวทางเหล่านี้มีส่วนสำคัญอย่างมากสำหรับผู้ที่ต้องการลดน้ำหนักและป้องกันไม่ให้เกิดโยโย่เอฟเฟ็คต์ในภายหลัง  ซึ่งสามารถนำไปปรับใช้ให้เหมาะสมกับการใช้ชีวิตประจำวันของเราได้นั่นเองครับ