การออกกำลังกายแบบ Isometric Isotonic และ Isokinetic

 

         การออกกำลังกายเป็นการเคลื่อนไหวกล้ามเนื้อกระตุ้นให้ระบบต่างๆ ในร่างกายทำงาน ส่งผลให้ระบบต่างๆ ทำงานเพิ่มมากขึ้นและมีการพัฒนาให้แข็งแรงเพื่อรองกับกิจกรรมในครั้งต่อๆ ไป โดยการออกกำลังกายนั้นสามารถแบ่งออกได้เป็นหลายชนิด ซึ่งการแบ่งตามลักษณะการทำงานของกล้ามเนื้อ สามารถแบ่งได้ออกแบบ 3 ชนิดดังนี้

 

1. การออกกำลังกายแบบไอโซเมตริก (Isometric)

         การออกกำลังกายแบบไอโซเมตริก มาจากคำว่า ไอโซ ในภาษากรีกแปลว่า เท่ากัน ส่วนคำว่า metric มาจากคำว่า Metria ที่แปลว่า การวัด หมายถึงการวัดที่เท่ากัน มี่การเปลี่ยนแปลงของมุมที่ข้อ ในลักษณะที่กล้ามเนื้อมีการหดเกร็งตัวแต่ไม่มีการเคลื่อนไหว การออกกำลังกายแบบนี้ช่วยเพิ่มความแข็งแกร่งของกล้ามเนื้อ การออกกำลังกายในลักษณะนี้จะเป็นการเกร็งกล้ามเนื้อต้านกับแรงต้านทานต่างๆ เช่น การแพลงค์ การดันกำแพง การกำหมัดและเกร็งค้างไว้ การใช้มือสองข้างดันเก้าอี้และยกก้นลอยตัวค้างไว้ เป็นต้น การออกกำลังกายในลักษณะนี้สามารถช่วยพัฒนาเพิ่มขนาดของกล้ามเนื้อได้ เหมาะสำหรับผู้ที่ไม่ค่อยมีเวลาหรือคนที่กำลังอยู่ในช่วงพักฟื้นร่างกายจากการบาดเจ็บ เพราะสามารถทำได้ในบริเวณที่จำกัดและอยู่กับที่ได้

 

2. การออกกำลังกายแบบไอโซโทนิก (Isotonic)

         การออกกำลังกายแบบไอโซโทนิค คำว่า ไอโซ แปลว่า เท่ากัน ส่วนโทนิค คือ แรงดัน รวมความคือ การออกกำลังกายแบบนี้เป็นการออกที่ให้แรงดันเท่ากัน ไม่มีการเปลี่ยนแปลงแรงดัน ตัวอย่างการออกกำลังกาย เช่น การยกดัมเบลล์ การซิตอัพ การลุกนั่ง เป็นต้น ให้ทำที่ออกแรงเท่าๆ กัน ไม่เพิ่มแรงดัน ด้วยการเพิ่มความหดเกร็งที่กล้ามเนื้อแทน การออกกำลังกายลักษณะนี้ เพิ่มทั้งความแข็งแรง ความทน และโทนของกล้ามเนื้อ

 

3. การออกกำลังกายแบบไอโซคิเนติก (Isokinetic)

         การออกกำลังกายแบบไอโซคิเนติก คำว่า ไคเนติก คือ การเคลื่นอไหว เป็นการเคลื่อนไหวในลักษณะที่กล้ามเนื้อมีการเคลื่อนไหวในรูปแบบเดิมๆ ท่าซ้ำๆ เดิม อย่างสม่ำเสมอ ตลอดช่วงเวลาที่ออกกำลังกายดังกล่าว การเคลื่อนไหวตลอดการออกกำลังกาย จะถูกควบคุมด้วยเครื่องออกกำลังกาย เช่น การปั่นจักรยานไฟฟ้าอยู่กับที่ การนั่งเครื่องพายกรรเชียง หรือถ้าในกรณีไม่มีเครื่องมือ ก็อาจใช้การกำหนดรูปการเคลื่อนไหวที่ไม่ซับซ้อน เช่น ยืนการแกว่งแขน 30 นาที เป็นต้น การออกกำลังกายลักษณะนี้ช่วยป้องกันการบาดเจ็บได้

 

         รูปแบบของการออกกำลังกายแต่ละแบบ จะช่วยพัฒนาความแข็งแรงของกล้ามเนื้อที่มีความแตกต่างกัน การเลือกรูปแบบการออกกำลังกายให้เหมาะสมกับตัวผู้ออกกำลังกาย นอกจากจะช่วยให้ไม่รู้สึกเบื่อและมีความหลากหลายแล้วยังทำให้สามารถวางแผนรูปแบบการออกกำลังกายในแต่ละวัน และได้รับประโยชน์จากการออกกำลังกายที่หลากหลายรูปแบบอีก ซึ่งผู้ออกกำลังกายสามารถออกแบบให้กิจกรรมนั้นเป็นกิจกรรมการออกกำลังกายแบบเฉพาะของตนเองได้นั่นเอง