‘โก๊ะตี๋’ ร่างใหม่ ลืมไปเลยว่าเคยอ้วน

กลายเป็นเรื่องทอล์คออฟเดอะทาวน์กันไปเลย เมื่อ ‘โก๊ะตี๋’ ผู้มีรูปร่างอ้วนกลมอันเป็นเอกลักษณ์มาแต่ไหนแต่ไร กลายเป็นเจ้าของ ‘รูปร่างใหม่’ ที่เพรียวขึ้นอย่างเห็นได้ชัด น้ำหนักลดลงถึง 22 กิโลกรัม ซึ่งเป็นมากกว่าแค่ผลลัพธ์ที่น่าชื่นชมจากประสิทธิภาพของโปรแกรมที่ใช่ เพราะนี่คือแรงบันดาลใจครั้งสำคัญสำหรับใครอีกหลายคนที่หวังจะเห็นตัวเองเปลี่ยนแปลง

เพราะชีวิตเป็นของเรา

แม้ภาพลักษณ์ที่ผู้คนจดจำได้จะเป็นรูปร่างอ้วนกลมที่เต็มไปด้วยความน่ารัก แต่ในความจริงแล้วรูปร่างนั้นกลับแฝงไว้ด้วยโรคภัย ซึ่งเจ้าตัวบอกว่า ถ้าหากเกิดเจ็บป่วยร้ายแรงขึ้น วันนั้นก็คงไม่แข็งแรงพอที่จะดูแลคนที่รัก และนั่นเป็นจุดเริ่มต้นให้ลุกขึ้นมาจัดการกับตัวเอง

“ก่อนหน้านี้เคยคิดเหมือนกันว่ารูปร่างเป็นคาแรคเตอร์ของเรา คนอื่นเขาก็บอกเป็นแบบนี้นะแต่วันหนึ่งหนูก็รู้สึกว่าการเป็นตลกหรือนักแสดงก็ไม่น่าจะขึ้นอยู่กับคาแรคเตอร์เสมอไป เราสามารถสร้างเสียงหัวเราะด้วยคำพูดหรือการแสดงได้ หนูไม่อยากเป็นโก๊ะตี๋ตลกอ้วนๆ ที่นอนหยอดน้ำเกลือขอให้รับบริจาค อย่างนี้ก็ไม่เอา”

ความตั้งใจจริงเป็นสิ่งแรกที่โก๊ะตี๋มี และนับเป็นความบังเอิญที่มีโอกาสได้รู้จักกับบอดี้คีย์แบบไม่ตั้งใจผ่านการได้เห็นการเปลี่ยนแปลงของเพื่อนรุ่นพี่คนหนึ่งที่นับถือมาก ซึ่งกลายเป็นแบบอย่างและเป็นอีกแรงบันดาลใจให้ต้องการลดน้ำหนักด้วยเช่นกัน

 

เส้นทางที่ต้องฝ่าฟัน

แนวทางการลดน้ำหนักกับโปรแกรมควบคุมน้ำหนักบอดี้คีย์คือ การให้ความสำคัญกับ 6 ไลฟ์สไตล์ที่ทำให้อ้วน โดยจะมีการวิเคราะห์ผลผ่านการทำแบบประเมินในแอพพลิเคชันบอดี้คีย์ ได้แก่ นิสัยการรับประทานอาหาร ประเภทการควบคุมอาหาร การจัดการความเครียด คุณภาพการนอน กิจกรรม และทัศนคติ ซึ่งแม้จะผ่านด่านเรื่องทัศนคติและความตั้งใจไปได้ ก็ยังมีอีกหลายด่านให้โก๊ะตี๋ฝ่าฟัน

“หนูเป็นคนจัดการเรื่องความเครียดได้ไม่ยาก เพราะปล่อยวางอะไรง่าย ส่วนการนอนนี้ค่อนข้างยาก บอกตรงๆ ว่าบางวันกว่าจะได้นอนก็ค่อนข้างดึก แต่โชคดีที่พอหัวถึงหมอนแล้วจะหลับทันที ส่วนเรื่องการกินก็มีแอพพลิเคชันคอยให้คำแนะนำ โดยเข้ามาดูก่อนว่าปกติหนึ่งวันกินอะไรบ้าง แล้วคำนวณพลังงานว่ากินเข้าไปเท่าไร และต้องใช้พลังงานเท่าไร รวมถึงเช็คด้วยว่าได้รับสารอาหารครบถ้วนไหม ไม่ใช่ว่าลดน้ำหนักได้ แต่ลดผิดวิธี”

นอกจากนี้โปรแกรมยังออกแบบโดยคำนึงถึงหลักสำคัญในการลดน้ำหนัก นั่นคือ การสร้างความสมดุลระหว่างพลังงานที่รับเข้าสู่ร่างกาย กับการจัดการพลังงานส่วนเกิน รวมถึงเสริมในส่วนที่มีความจำเป็นต่อร่างกาย โดยมีแอพพลิเคชันบอดี้คีย์และสายรัดข้อมือเพื่อสุขภาพอินบอดี้เป็นผู้ช่วย

“โดยภาพรวมหนูต้องจัดระเบียบการกินใหม่ว่าต้องเปลี่ยนอะไรบ้าง โดยเริ่มกันที่จังหวะการกินตามปกติก่อนใส่ผลิตภัณฑ์ทดแทนมื้ออาหารบอดี้คีย์และโปรตีนคุณภาพเข้าไป ตอนแรกเริ่มกันที่มื้อเย็นก่อน ในการลดน้ำหนักนั้น ถ้าเราทำบางสิ่งบางอย่างที่ทำให้รู้สึกว่าเป็นภาระ สักพักจะเริ่มฝืนและไม่อยากทำต่อ ดังนั้นแนวทางที่ควรจะเป็น คือค่อยๆ ปรับทีละเล็กละน้อย ถ้าตัวเองรู้สึกไม่ฝืน นั่นก็แสดงว่าหนูมาถูกทางแล้ว ซึ่งหนูจะใช้ผลิตภัณฑ์ใดเสริมบ้าง หนูจะทำตามที่แอพพลิเคชันบอดี้คีย์แนะนำทั้งหมด”

กิจกรรมและการออกกำลังกายมีส่วนสำคัญ ซึ่งเป็น 1 ใน 6 แนวทางสำหรับโปรแกรมลดน้ำหนักที่ประสบความสำเร็จ สำหรับโก๊ะตี๋แล้ว โชคดีว่ากิจกรรมการออกแรงเป็นหนึ่งในชีวิตปกติของเขา

“ปกติหนูเป็นคนที่เตะฟุตบอลเป็นประจำ แวะไปสนามก็จะมีทีมที่เตะด้วย จริงๆ ถ้าไปทุกวันก็จะมีทีมให้เล่นด้วยทุกวัน แต่หลักๆ จะเซ็ตเป็นวันอังคารและวันพฤหัสบดี หลังๆ พอเข้าโปรแกรมก็มีวินัยในการทำกิจกรรมมากขึ้น เมื่อก่อนซื้อเครื่องออกกำลังกายมาให้แม่ใช้ แต่ตอนหลังก็เอาไว้ตากผ้า (หัวเราะ) จนตอนนี้ก็ไปรื้อจัดเป็นโซนออกกำลังกายของตัวเอง บางทีอยู่บ้านคนเดียวก็วิ่ง กระโดดแทมโพลีน ยกดัมเบล ซิทอัพ และตั้งเป้าหมายจำนวนก้าวต่อวันกับสายรัดข้อมืออินบอดี้ มันก็ช่วยท้าทายเราได้ดี เราอยากเดิน อยากออกแรงมากขึ้น”

 

เป้าหมายอยู่ใกล้แค่เอื้อม

หลายคนแซวว่าลดน้ำหนักเพราะมีความรัก โก๊ะตี๋บอกว่าอยากเป็นเจ้าบ่าวที่รูปร่างดี ซึ่งนั่นเป็นเป้าหมายหนึ่งที่ทำให้อดีตผู้ชายอ้วนกลมคนนี้มีกำลังใจมากขึ้น

“จริงๆ การลดน้ำหนักทำให้หนูมีวินัยมากขึ้นนะ กลายเป็นคนมีระเบียบในตัวเอง แล้วก็รู้สึกได้ว่าจัดการทุกอย่างเป็นสัดเป็นส่วนมากขึ้น หลังจากเข้าโปรแกรมเซเวนเดย์แพลน (7-Day Plan) และโปรแกรมควบคุมน้ำหนักบอดี้คีย์ น้ำหนักเหลือ 71 กิโลกรัม ดีใจนะ เพราะเกินคาดมาก (หัวเราะ) จริงๆ ครั้งแรกหนูวางเป้าไว้แค่ 10 กิโลกรัมจาก 93 อยากให้เหลือ 83 การตั้งเป้าหมายเล็กๆ ก่อน พอเดินไปถึงเราจะเริ่มมีกำลังใจมาก (หัวเราะ) เป้าหมายต่อไปคือ อยากลดน้ำหนักให้เหลือ 65 กิโลกรัม แค่นั้นก็โอเคแล้ว หลังจากนั้นจะสร้างกล้ามเนื้อ พูดตรงๆ เลยว่า อยากหุ่นดี อยากมีซิกแพค (ยิ้ม)

จริงๆ แรงบันดาลใจสำคัญของหนูมีอยู่สองเรื่อง หนึ่งคือหนูไม่ต้องการตายก่อนแม่ หนูต้องอยู่ดูแลแม่หนูให้ได้ หนูมั่นใจว่าไม่มีใครดูแลแม่หนูได้ดีเท่ากับตัวหนู และสองคือ หนูต้องการเป็นเจ้าบ่าวที่หล่อที่สุดในวันแต่งงาน อยากเป็นเจ้าบ่าวที่มีซิกแพค (หัวเราะ)”

ในวันนี้ โก๊ะตี๋มีร่างใหม่ที่พึงพอใจ จนลืมไปเลยว่าเคยอ้วน เมื่อโก๊ะตี๋ทำได้... คุณก็ทำได้ พบเรื่องราวจากประสบการณ์และความสำเร็จของผู้ใช้ผลิตภัณฑ์ทดแทนมื้ออาหารบอดี้คีย์ เพื่อเป็นอีกหนึ่งแรงบันดาลใจของคุณได้ ที่นี่ 

 

คำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญด้านการลดน้ำหนัก

ผศ.ดร.สุวิมล ทรัพย์วโรบล จากภาควิชาโภชนาการและกำหนดอาหาร คณะสหเวชศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ให้คำแนะนำเรื่องการลดน้ำหนักให้ประสบความสำเร็จว่า ควรเริ่มต้นจากความตั้งใจ กำหนดเป้าหมายเพื่อสร้างแรงจูงใจ รวมถึงปรับเปลี่ยนรูปแบบการดำเนินชีวิตหลัก 6 ด้าน สำคัญที่มีผลต่อการลดน้ำหนัก

 

 

“ความตั้งใจเป็นสิ่งแรกที่จะทำให้คุณลดน้ำหนักได้สำเร็จ นอกจากนี้ การตั้งเป้าหมายก็เป็นสิ่งสำคัญ แต่ทั้งนี้ก็ต้องเป็นเป้าหมายที่ตั้งอยู่บนพื้นฐานของความเป็นไปได้ และควรเป็นเป้าหมายระยะสั้นที่สามารถเดินไปถึงได้ก่อน โดยสอดคล้องกับชีวิตประจำวันและรู้สึกว่าไม่เป็นภาระ ที่สำคัญพึงระลึกว่า ไม่มีประโยชน์ที่สามารถลดน้ำหนักได้แต่สุขภาพไม่ดี

นอกจากนี้หากสามารถปฏิบัติตามรูปแบบการดำเนินชีวิตหลัก 6 ด้านที่มีผลต่อการควบคุมน้ำหนัก ก็จะช่วยให้สามารถลดและควบคุมน้ำหนักได้ง่ายยิ่งขึ้น รูปแบบการดำเนินชีวิตหลัก 6 ด้าน ได้แก่

  • ประเภทอาหารที่รับประทาน ร่างกายแต่ละคนจะตอบสนองและเผาผลาญพลังงานได้ไม่เหมือนกัน บางคนเหมาะกับอาหารที่มีคาร์โบไฮเดรตต่ำ ดังนั้น การลดน้ำหนัก จำเป็นต้องรู้จักร่างกายตนเอง เพื่อให้การลดน้ำหนักมีประสิทธิภาพมากขึ้น
  • กิจกรรม การทำกิจกรรมที่มีความเคลื่อนไหวอย่างเหมาะสมทุกวัน เพื่อจะได้บรรลุเป้าหมายการลดน้ำหนักได้อย่างรวดเร็วและง่ายยิ่งขึ้น
  • ทัศนคติต่อการลดน้ำหนัก เป็นสิ่งที่สำคัญมากต่อความสำเร็จในการลดน้ำหนัก แต่คนทั่วไปกลับนึกไม่ถึง ผู้ที่มีทัศนคติที่ดีจะมีความเชื่อมั่นในตนเองว่าสามารถควบคุมตนเองให้สามารถทำตามแผนการลดน้ำหนักได้
  • ความเครียด เป็นตัวกระตุ้นให้รับประทานอาหารมากเกินไป รวมถึงทำให้รู้สึกอยากรับประทานอาหารที่ไม่มีประโยชน์ การหาวิธีจัดการความเครียด จึงสำคัญมากต่อการควบคุมน้ำหนัก
  • การนอนหลับ มีผลต่อฮอร์โมนในร่างกาย หากนอนหลับพักผ่อนไม่เพียงพอ จะทำให้ระบบฮอร์โมนในร่างกายแปรปรวน ส่งผลให้ร่างกายหิวมากกว่าปกติ ระบบการเผาผลาญพลังงานทำงานลดลง ร่างกายอยากอาหารประเภทแป้งมากกว่าปกติ และทำให้ร่างกายเก็บสะสมไขมันไว้มากขึ้น เป็นต้น
  • นิสัยการรับประทานอาหาร หากสามารถประเมินและปรับเวลาการรับประทานได้ก็จะบรรลุเป้าหมายในการลดน้ำหนักได้เร็วยิ่งขึ้น