ข้อสังเกตการเกิด Overtraining

  การออกกำลังกายถือว่าเป็นเรื่องที่ดี แต่การออกกำลังกายมากเกินไปก็จะเป็นผลเสียต่อร่างกายได้เช่นกันเราเรียกสภาวะนี้ว่า Overtraining หรือการฝึกมากเกินไป ซึ่งการฝึกที่มากเกินไปนี้ จะส่งผลให้ร่างกายหยุดการเจริญเติบโต เกิดความเมื่อยล้ามากกว่าปกติ และที่แย่ที่สุดคือทำให้ประสิทธิภาพการออกกำลังกายลดลง ไม่มีความก้าวหน้า โดยเฉพาะกลุ่มของนักกีฬาจะเห็นได้ชัดเจนอย่างมาก ข้อสังเกตของการเกิดภาวะ Overtraining มีอะไรบ้าง ลองไปดูกันว่าเราเข้าข่ายนี้กันหรือไม่

 

1. นอนไม่หลับ

  การฝึกที่มากเกินไป จะส่งผลให้ระบบฮอร์โมนและระบบประสาทในร่างกายเกิดความแปรปรวน ถึงแม้วันนั้นคุณจะรู้สึกเหนื่อยหลังจากออกกำลังกายมาแต่การฝึกที่มากเกินไปจะส่งผลให้เกิดอาการนอนไม่หลับ กระสับกระส่าย ทั้งนี้การนอนหลับในช่วง 4 ทุ่ม ไปจนถึง ตี 2 เป็นช่วงเวลาสำคัญที่ร่างกายจะได้ฟื้นฟูร่างกายอย่างเต็มที่ โดย ไมค์ ดัฟฟี่ เทรนเนอร์มืออาชีพได้แนะนำว่า “ร่างกายจะเกิดการพัฒนาในขณะที่ทำการพักผ่อน ไม่ใช่การฝึก” ดังนั้นการฝึกที่มากเกินไป นอกจากจะส่งผลให้นอนไม่หลับแล้ว ยังส่งผลให้เกิดการพักผ่อนที่ไม่เพียงพออีกด้วย

 

2. ประสิทธิภาพในการออกกำลังกายลดลง

  การฝึกที่มากเกินไป จะส่งผลให้ประสิทธิภาพในการออกกำลังกายลดลง สังเกตได้จากผลการทดสอบร่างกายหรือความสามารถของร่างกายจะลดลง เช่น วิ่งได้น้อยลงกว่าเดิมและรู้สึกเหนื่อยกว่าปกติ ยกน้ำหนักได้จำนวนครั้งลดลง เช่น จากเดิมเคยยกได้ 10 ครั้ง ก็จะเหลือเพียง 8-9 ครั้ง โดยอาการเหล่านี้จะส่งผลเสียอย่างมากต่อกลุ่มของนักกีฬาหรือกลุ่มที่ต้องการฝึกร่างกายอย่างมีเป้าหมาย สาเหตุเกิดจากการฝึกมากเกินไปและร่างกายฟื้นตัวไม่ทัน ไม่พร้อมที่จะออกกำลังกายในครั้งต่อไป ส่งผลให้ประสิทธิภาพแย่ลงเรื่อยๆ นั่นเอง

 

3. รู้สึกไม่สบาย ไม่สดชื่นแจ่มใจ

  การออกกำลังกายเป็นประจำส่งผลให้ร่างกายรู้สึกสดชื่น กระปรี้กระเปร่า แต่การฝึกมากเกินไปจะส่งผลตรงกันข้าม ทำให้ร่างกายรู้สึกไม่ค่อยสบาย ไม่สดชื่นแจ่มใส สาเหตุเนื่องจากสภาพร่างกายเกิดความเครียดจากภายใน มีความเมื่อยล้าตลอดเวลา รู้สึกเหนื่อยเพราะร่างกายฟื้นตัวไม่ทัน ทำให้ร่างกายเกิดความผิดปกติ

 

4. รู้สึกเจ็บปวดหรือเมื่อยล้ากล้ามเนื้อนานกว่าปกติ

  อาการเจ็บปวดหรือเมื่อยล้ากล้ามเนื้อหลังจากออกกำลังกายถือว่าเป็นเรื่องปกติ สำหรับคนที่ออกกำลังกายเป็นประจำอาการเหล่านี้จะหายไปได้เองใน 24 - 48 ชั่วโมง แต่สำหรับคนที่ฝึกมากเกินไปและอยู่ในสภาวะ Overtraining จะใช้เวลาในการฟื้นตัวนานกว่านั้น จากคำแนะนำของแชมป์กีฬาเพาะกายอย่าง มิกาห์ ลาเคิร์ท ระบุว่า หากใช้เวลามากกว่า 72 ชั่วโมงและยังไม่หายเจ็บปวดหรือเมื่อยล้า แสดงว่าคุณกำลังเข้าข่ายการฝึกที่มากเกินไป

 

5. อัตราการเต้นของหัวใจผิดปกติ

  ช่วงเวลาที่หัวใจจะเต้นในสภาพปกติและช้าที่สุด คือช่วงเวลาที่เราตื่นนอนในตอนเช้า ให้ลองวัดอัตราการเต้นของหัวใจดูว่าอยู่ที่เท่าไหร่ หากหัวใจของคุณเต้นเร็วผิดจากค่าปกติที่เคยวัดได้ นั่นหมายความว่าร่างกายของคุณยังทำงานหนักเพื่อซ่อมแซมฟื้นฟูสภาพร่างกายอยู่ แม้จะผ่านการพักผ่อนมา 1 คืนเต็มๆ แล้วก็ตาม ดังนั้นควรปรับการออกกำลังกายให้ลดลงหรือปรับเปลี่ยนโปรแกรมการฝึกซ้อมให้มีความเหมาะสมมากขึ้น

 

  หากมีอาการเหล่านี้  ให้ลองสักเกตการฝึกซ้อมของตนเองว่ามีความหนักมากเกินไปหรือไม่ และปรับตารางการฝึกซ้อมให้เหมาะสม เพราะการฝึกมากเกินไปนอกจากจะส่งผลเสียต่อสภาพร่างกายแล้ว ในระยะยาวอาจส่งผลต่อสุขภาพของจิตใจได้อีกด้วย

 

อ้างอิง

 12 signs you're overtraining

 Overtraining: Signs & Solutions!