ออกกำลังกายยิ่งเหงื่อออกเยอะๆ ยิ่งดี แล้วผอมเร็วกว่าจริงหรือไม่?

การออกกำลังกายแล้วเหงื่อออกมาก จะช่วยให้ผอมเร็วจริงหรือไม่?

ยังคงเป็นคำถามที่หลายคนคงสงสัย มีคนจำนวนไม่น้อยที่ชอบชั่งน้ำหนักก่อนและหลังการออกกำลังกาย เพื่อดูความเปลี่ยนแปลง แต่หารู้ไม่ว่าสิ่งที่หายของตัวเลขบนตาชั่งที่ลดลงนั่นคือปริมาณน้ำในร่างกาย ไม่ใช่ไขมัน!!! ดังนั้นเรามาทำความเข้าใจขั้นพื้นฐานก่อนว่า เหงื่อเกิดจากอะไร?

เหงื่อเกิดจากกลไกธรรมชาติของร่างกายที่ช่วยระบายความร้อนและปรับสมดุลอุณหภูมิภายในร่างกายเวลาที่ร่างกายของเราร้อนมากหรือเวลาที่อากาศร้อนมากๆ จะส่งผลให้เรารู้สึกร้อนและกระตุ้นให้ร่างกายเกิดการระบายออก ดังนั้น ปริมาณเหงื่อที่เกิดขึ้นในเวลาออกกำลังกาย ไม่ได้หมายความว่าร่างกายมีการขับไขมันออกมาทางผิวหนังอย่างที่ใครหลายๆ คนเข้าใจกัน แต่ปริมาณเหงื่อที่เกิดขึ้นในระหว่างการออกกำลังกายนั้นอาจเป็นตัวชี้ให้เห็นว่าร่างกายมีการเคลื่อนไหวและเผาผลาญพลังงาน โดยเฉพาะการออกกำลังกายประเภทคาร์ดิโอ เช่น การวิ่ง การปั่นจักรยาน การเต้น ที่จะมีเหงื่อออกมามาก แต่ในทางกลับกันสำหรับการออกกำลังกายแบบเวท เทรนนิ่ง ก็จะสังเกตได้ว่าผู้เล่นก็ไม่ได้มีเหงื่อมาก แต่ก็มีการเผาผลาญพลังงานอย่างมากเช่นกัน

แล้วการเผาผลาญพลังงานเพื่อลดน้ำหนักเกี่ยวข้องกับปริมาณเหงื่อหรือไม่นั้น...เราอาจพอสรุปได้ว่า ไม่จำเป็นเสมอไปเพราะการเผาผลาญผลังงานในร่างกายคนเรานั้นจะเกิดขึ้นในระดับเซลล์ โดยเฉพาะในส่วนของเซลล์กล้ามเนื้อ ซึ่งแม้จะยังไม่ได้ออกกำลังกายหรือทำกิจกรรมหนักๆ แต่เซลล์กล้ามเนื้อก็ยังคงทำงานเพื่อเผาผลาญพลังงานในร่างกาย

อย่างไรก็ดีการที่มีเหงื่อย่อมเป็นสิ่งดี เพราะหลักๆ แล้วเหงื่อไม่เพียงแต่จะช่วยควบคุมอุณหภูมิภายในร่างกายของเราไม่ให้ร้อนจนเกินไปขณะที่เราทำกิจกรรมหนักๆ อยู่ท่ามกลางสภาพอากาศที่ร้อน หรือการออกกำลังกายซึ่งเป็นกิจกรรมที่ร่างกายมีการเผาผลาญพลังงานอย่างหนักทำให้ร่างกายของเราร้อนเร็วขึ้นแล้ว เหงื่อยังช่วยขับสารพิษออกทางรูขุมขน ช่วยทำให้ผิวพรรณดูอ่อนกว่าวัยอีกด้วย เพราะช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นของผิวหนังและช่วยกระตุ้นระบบไหลเวียนของเลือด เราจึงรู้สึกสดชื่นทุกครั้งเวลาที่ออกกำลังกายแล้วมีเหงื่อออก ดังนั้นการออกกำลังไม่ว่าจะมีเหงื่อมากหรือน้อย ล้วนแล้วแต่เป็นสิ่งที่ดีต่อร่างกายของเราทั้งสิ้น ดังนั้นเราหั่นมาออกกำลังกายเพื่อสุขภาพที่แข็งแรงและหุ่นที่ฟิตเฟิร์มกันดีกว่า

ที่มา www.dailyburn.com,www.womenhealthmag.com